
14 ซอยวัดสุขใจ 7 แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510
หลายคนอาจคิดว่า “หัวสปริงเกอร์ดับเพลิง” หน้าตาก็เหมือนๆ กันหมด ซื้อแบบไหนมาติดก็ใช้ดับไฟได้เหมือนกัน… แต่ในทางวิศวกรรมความปลอดภัยแล้ว ไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับ! พื้นที่แต่ละแห่งมีลักษณะเพดาน ความเสี่ยง และอุณหภูมิห้องที่ต่างกัน การเลือก ชนิด หัว สปริง เกอร์ ดับ เพลิง ให้ถูกต้อง จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะชี้วัดว่า ถ้านาทีวิกฤตมาถึง น้ำจะกระจายตัวคลุมกองเพลิงได้มิด หรือจะฉีดไปติดคานจนดับไฟไม่ได้
หัวสปริงเกอร์ (Sprinkler Head) ทำหน้าที่เป็นทั้ง “ตัวตรวจจับความร้อน” และ “หัวฉีดน้ำ” ในตัวเดียวกัน สาเหตุที่ผู้ผลิตต้องออกแบบมาหลายชนิด ก็เพื่อแก้ข้อจำกัดของพื้นที่ เช่น บางห้องไม่มีฝ้าเพดาน บางห้องเป็นทางเดินแคบๆ หรือบางห้องต้องการความสวยงามซ่อนรูป ดังนั้น การแบ่งชนิดของหัวสปริงเกอร์ จึงมักจะแบ่งตาม “ทิศทางการติดตั้ง” และ “อุณหภูมิการทำงาน” เพื่อให้การกระจายน้ำ (Water Distribution) ได้รูปทรงและรัศมีตามมาตรฐาน NFPA
โดยทั่วไปในโรงงานและอาคารพาณิชย์ เราจะพบหัวสปริงเกอร์อยู่ 4 ชนิดหลักๆ ดังนี้ครับ
ลักษณะ: ติดตั้งโดยให้หัวกระเปาะแก้วชี้ลงหาพื้น เป็นรูปแบบมาตรฐานที่คนคุ้นตาที่สุด
การทำงาน: เมื่อกระเปาะแตก น้ำจะพุ่งลงมากระทบแป้นปะทะ (Deflector) แล้วกระจายตัวออกเป็นรูปร่ม คลุมพื้นที่ด้านล่าง
เหมาะสำหรับ: พื้นที่ที่มีฝ้าเพดานเรียบร้อย เช่น ออฟฟิศ คอนโดมิเนียม ห้องพัก โรงพยาบาล
ลักษณะ: ติดตั้งโดยให้หัวกระเปาะแก้วชี้ตั้งขึ้นหาหลังคา ท่อน้ำมักจะเดินลอยให้เห็นชัดเจน
การทำงาน: น้ำจะพุ่งขึ้นไปกระทบแป้นปะทะด้านบน แล้วตกลงมากระจายคลุมพื้นที่ด้านล่างแบบวงกว้าง
เหมาะสำหรับ: พื้นที่ที่ไม่มีฝ้าเพดาน (โชว์โครงหลังคา) หรือพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางด้านบนเยอะ เช่น คลังสินค้า โรงจอดรถ หรือโรงงานอุตสาหกรรม
ลักษณะ: แป้นปะทะจะมีรูปทรงเฉพาะตัว (มักมีแผ่นบังครึ่งหนึ่ง) ติดตั้งยื่นออกมาจากผนังห้อง ไม่ได้ห้อยลงมาจากเพดาน
การทำงาน: น้ำจะพุ่งออกไปด้านหน้าและกระจายออกด้านข้าง คล้ายๆ เสี้ยวพระจันทร์
เหมาะสำหรับ: พื้นที่ที่ไม่สามารถเดินท่อบนเพดานได้ หรือพื้นที่แคบยาว เช่น โถงทางเดินโรงแรม (Corridor) หรือห้องพักขนาดเล็ก
ลักษณะ: ตัวหัวสปริงเกอร์จะถูกซ่อนอยู่ใต้ฝ้าเพดาน โดยมีแผ่นปิด (Cover Plate) สีเดียวกับฝ้าปิดทับไว้อีกที ทำให้มองไม่เห็นตัวกระเปาะแก้ว
การทำงาน: เมื่อความร้อนถึงจุด แผ่นปิดจะหลุดออกก่อน จากนั้นหัวสปริงเกอร์ด้านในจะเลื่อนตกลงมา และทำงานเมื่อความร้อนถึงระดับที่กระเปาะแก้วแตก
เหมาะสำหรับ: พื้นที่ที่ต้องการความสวยงามทางสถาปัตยกรรมขั้นสุด เช่น ล็อบบี้โรงแรมหรู ห้างสรรพสินค้า หรือห้องประชุมระดับพรีเมียม
นอกจากทิศทางการติดตั้งแล้ว ชนิดหัวสปริงเกอร์ ดับเพลิง ยังถูกแบ่งด้วย “อุณหภูมิการทำงาน” ซึ่งสังเกตได้ง่ายๆ จาก “สีของของเหลวในกระเปาะแก้ว” (Glass Bulb)
สีส้ม (57 °C): เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ควบคุมอุณหภูมิให้เย็นตลอดเวลา
สีแดง (68 °C): อุณหภูมิมาตรฐานที่สุด พบได้ทั่วไปในออฟฟิศ อาคาร โรงงานทั่วไป
สีเหลือง (79 °C): เหมาะสำหรับห้องที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติเล็กน้อย เช่น ใต้หลังคากระจก
สีเขียว (93 °C) หรือ สีน้ำเงิน (141 °C): เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีความร้อนสูงจากการทำงาน เช่น ห้องครัวเชิงพาณิชย์ หรือใกล้เตาหลอมในโรงงาน (การเลือกสีผิด เช่น เอาสีแดงไปติดในครัวที่ร้อนจัด อาจทำให้สปริงเกอร์แตกและฉีดน้ำเองโดยที่ไม่ได้เกิดไฟไหม้!)
การติดตั้งหัวสปริงเกอร์แบบ “ขอไปที” หรือใช้ผิดประเภท มีผลร้ายแรงกว่าที่คิดครับ เช่น
น้ำกระจายไม่ถึงกองไฟ: เอาหัวแบบ Upright ไปติดชี้ลง แป้นปะทะจะทำงานผิดพลาด ทำให้น้ำไม่กระจายเป็นรูปร่ม แต่พุ่งเป็นเส้นตรง ดับไฟไม่ได้
ทำงานช้าเกินไป: เลือกอุณหภูมิกะเปาะแก้วสูงเกินกว่าสภาพแวดล้อมจริง ทำให้ไฟลุกลามไปไกลแล้วสปริงเกอร์ถึงจะเพิ่งแตก
ไม่ว่าคุณจะเลือก ชนิดหัวสปริงเกอร์ดับเพลิง ได้ถูกต้องและแพงแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีน้ำแรงๆ มาจ่ายให้ ระบบก็ไร้ความหมาย!
หัวสปริงเกอร์ ทำหน้าที่ “เปิดประตูน้ำและกระจายน้ำให้ตรงจุด”
Fire Pump (เครื่องสูบน้ำดับเพลิง) ทำหน้าที่ “สร้างแรงดัน” ส่งน้ำผ่านท่อมาให้หัวสปริงเกอร์ ทั้งสองระบบนี้ต้องทำงานสอดประสานกัน สปริงเกอร์แตกปุ๊บ ปั๊มดับเพลิงต้องสตาร์ททำงานปั๊บ เพื่อรักษากำลังน้ำให้ฉีดสู้กับเปลวไฟได้อย่างต่อเนื่อง
ถาม: ฝ้าเพดานดูเก่า สามารถเอาสีไปทาทับหัวสปริงเกอร์ให้ดูกลืนกันได้ไหม? ตอบ: ห้ามเด็ดขาดครับ! การทาสีทับกระเปาะแก้วหรือตัวเซ็นเซอร์ จะทำให้การรับความร้อนเพี้ยนไป สปริงเกอร์อาจจะไม่ทำงานเลยเมื่อเกิดไฟไหม้ หากหัวเปื้อนสีแล้ว ต้องเปลี่ยนใหม่สถานเดียว ถาม: กระเปาะแก้วแตกง่ายไหม ถ้าเอาไม้กวาดหยากไย่ไปโดน? ตอบ: มีโอกาสแตกได้ครับ หากเกิดแรงกระแทกที่มากพอ ดังนั้นการทำความสะอาดพื้นที่ใกล้หัวสปริงเกอร์ ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ถาม: ควรตรวจสอบหัวสปริงเกอร์บ่อยแค่ไหน? ตอบ: ควรตรวจสอบด้วยสายตา (Visual Inspection) เป็นประจำ เพื่อดูว่าไม่มีสนิมกิน ไม่มีฝุ่นเกาะหนา และไม่มีรอยรั่วซึม พร้อมกับต้องมีการทำ PM ระบบปั๊มน้ำดับเพลิงร่วมด้วยทุกปี
การเลือก ชนิด หัว สปริง เกอร์ ดับ เพลิง ไม่ใช่แค่เรื่องของการเดินไปซื้อของที่ร้านวัสดุก่อสร้าง แต่เป็นเรื่องของการออกแบบทางวิศวกรรมที่ต้องวิเคราะห์ทั้ง ลักษณะพื้นที่ ทิศทางการฉีดน้ำ และอุณหภูมิห้อง เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ระบบจะทำงานได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และจำกัดความเสียหายได้จริง สำหรับโรงงานและอาคาร การติดตั้งสปริงเกอร์ให้ถูกประเภท พร้อมบำรุงรักษาระบบ Fire Pump ให้พร้อมใช้ คือหลักประกันความเสี่ยงที่คุ้มค่าที่สุด
หากคุณไม่แน่ใจว่าโรงงานหรืออาคารของคุณ ใช้หัวสปริงเกอร์ถูกประเภทหรือไม่ หรือต้องการตรวจสอบ ทดสอบ บำรุงรักษาระบบดับเพลิงแบบครบวงจร สามารถปรึกษาทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจาก PM Firetech ได้โดยตรง โทร: 086-010-0043 หรือ 02-101-5623

14 ซอยวัดสุขใจ 7 แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510
ติดต่อ
